เมื่อนักการตลาดต้องเรียนรู้เรื่อง DATA ใช้ให้เป็นแล้วจะปัง

เมื่อนักการตลาดต้องเรียนรู้เรื่อง DATA ใช้ให้เป็นแล้วจะปัง



เมื่อโลกได้ก้าวเข้ามาสู่ยุคของเทคโนโลยีแบบเต็มรูปแบบ ทำให้หลายๆ ธุรกิจต้องปรับตัวตามกันไปด้วย การที่เรารู้เรื่อง Data มักจะได้เปรียบกว่าผู้ไม่รู้แน่นอน เราอยู่ในโลกของออนไลน์ที่มีข้อมูลขนาดใหญ่มาก เป็นการเก็บข้อมูลพื้นฐานของพฤติกรรม และความสนใจต่างๆ ของผู้คนมากมาย ดังนั้นหากเข้าใจและนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ให้ถูกวิธีด้วยแล้ว แน่นอนว่าการประสบความสำเร็จอยู่อีกไม่ไกลเกินเอื้อมแน่นอนค่ะ 


สำหรับวันนี้เราจะมาพูดถึง 5 แนวทางการใช้ Data ของข้อมูล ที่นักการตลาดจำเป็นต้องรู้กันค่ะ เพื่อจะนำไปใช้อย่างถูกต้อง และพัฒนาธุรกิจของคุณไปให้ถูกทาง มาเริ่มกันเลยค่ะ 


1. ใช้ Data กำหนดกลุ่มเป้าหมาย 
ปัจจัยของความมีประสิทธิผลของการทำการตลาดออนไลน์อย่างหนึ่งคือ “เลือกกลุ่มคนที่ใช่” เพราะการทำโฆษณาออนไลน์ไปยังกลุ่มคนที่ไม่สนใจสินค้าหรือบริการของเรานั้น ไม่ได้สร้างผลดีให้กับธุรกิจของคุณสักเท่าไหร่ เพราะจะทำให้คุณเสียค่าโฆษณาออนไลน์จำนวนมากไปโดยเปล่าประโยชน์ ดังนั้น การมี Data ของลูกค้าตัวจริงบวกรวมเข้ากับ Data ของคนที่ใช่ จะทำให้การทำโฆษณาออนไลน์ของคุณมีประสิทธิภาพ และเพิ่มโอกาสในการขายได้มากขึ้นอีกด้วย


2. ใช้ Data ทำความเข้าใจขั้นตอนการตัดสินใจของลูกค้า
เส้นทางของผู้บริโภคตั้งแต่ก่อนจะเป็นลูกค้า จนตัดสินใจซื้อสินค้าหรือใช้บริการ รวมถึงกลับมาซื้อสินค้าหรือใช้บริการนั้นซ้ำ โดยเป็นแนวทางสำหรับคนทำธุรกิจ ที่ช่วยให้เข้าใจพฤติกรรมของลูกค้าและวางแผนการตลาดได้ดีขึ้น 

ลองนึกดูว่า หากเราต้องการซื้อคอมพิวเตอร์ เราก็จะนึกถึงแบรนด์ดังประมาณ 3-5 แบรนด์ในใจ ผู้บริโภคยุคใหม่ก็จะหาข้อมูลเพิ่มก่อนการซื้อ (Active Evaluation) ซึ่งเราอาจถามคนรอบข้าง หรือไม่ก็เปิดกระทู้ออนไลน์อ่าน เมื่อเราเห็นข้อมูลของ journey ลูกค้าดังนี้ เราอาจจะบริหารจัดการงบโฆษณาออนไลน์ไปแต่ละช่องทางแตกต่างกันออกไป ไปจนถึงสร้างกลยุทธ์ทางการตลาดออนไลน์


3. ใช้ Data เพื่อพัฒนาการออกแบบคอนเทนต์และมองหากลุ่มเป้าหมายให้ตรงจุด
การที่จะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้นั้น เราต้องนำเสนอคอนเทนต์ที่ตรงใจกับความต้องการของพวกเขามากที่สุด ดังนั้นการวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายจึงสำคัญมาก ก่อนจะทำคอนเทนต์จึงควรสรุปออกมาให้ชัดเจนก่อนว่า...

- กลุ่มเป้าหมายนั้นเป็นใคร ?
- ช่วงอายุเท่าไหร่ ?
- มีพฤติกรรมอย่างไร ?
- ชื่นชอบสิ่งไหน ?
- กำลังมองหาอะไรอยู่ ? 


และนำข้อมูลเหล่านี้มาผสมผสานกับความครีเอทีฟ และทำคอนเทนต์ออกไปให้ตรงกับสิ่งที่พวกเขากำลังมองหานั่นเอง 

4. การใช้ Data นำเสนอสินค้าที่เหมาะสมเฉพาะบุคคล
นอกจากมองภาพรวมของลูกค้าเป็นกลุ่มแล้ว คุณต้องจำเป็นต้องรู้ใจลูกค้าเฉพาะบุคคลด้วย โดยต้องรู้ว่าลูกค้าต้องการอะไร และกำลังมองหาอะไร แล้วสามารถนำเสนอสินค้า หรือบริการที่อยู่ในความสนใจของลูกค้าแบบเฉพาะเจาะจงแต่ละบุคคลให้ได้นั่นเอง


กลยุทธ์การทำ Personalized Marketing จะเก็บ DATA ในส่วนของข้อมูลลูกค้าแบบทั่วไป เช่น ชื่อ ตำแหน่ง บริษัทที่ทำงาน และประวัติการซื้อสินค้าที่ผ่านมา นอกจากจะเพิ่มโอกาสในการขาย และปิดยอดขายได้เร็วแล้ว ยังสามารถสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างลูกค้ากับแบรนด์ของคุณอีกด้วย 


5. การใช้ Data กระตุ้นให้ลูกค้ากลับมาเลือกซื้อสินค้าซ้ำ
การทำ Retargeting เป็นการทำโฆษณาออนไลน์ในรูปแบบการติดตามกลุ่มลูกค้า ต้องอาศัย data ของลูกค้า หรือกลุ่มเป้าหมายหลักในการทำ เช่น ลูกค้าเก่าที่เคยซื้อสินค้าไปจากเว็บไซต์ หรือคนที่เคยเข้าไปเว็บไซต์ไปดูสินค้าของเราแต่ยังไม่ตัดสินใจซื้อ เป็นต้น  

 

เมื่อเราได้ Data ดังกล่าวมาแล้ว  จากนั้นก็เอาไปทำ Retargeting กับการทำโฆษณาออนไลน์บน Facebook หรือ Google เพื่อนำเสนอสินค้า และให้การทำการตลาดออนไลน์เกิดประโยชน์สูงสุดนั่นเองค่ะ  



ที่มา: WYNNSOFT SOLUTION CO,LTD. รับทำเว็บ รับออกแบบ Website จัดทำเว็บไซต์ราคาถูก รับทำเว็บไซต์ จังหวัดขอนแก่น และทั่วประเทศให้ตรงตามความต้องการของลูกค้า

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

วิเคราะห์การตลาด DELIVERY และการพัฒนาการในปัจจุบัน

วิกฤตครั้งใหญ่ในรอบปี ราคาอาหารพุ่ง 30%

กลยุทธ์การตลาดแบบ INFLUENCERS ยังจำเป็นต่อยุคอนาคตอยู่หรือไม่