ทิศทางของตลาด ECOMERCE จะเป็นอย่างไรต่อในปี 2025

ทิศทางของตลาด ECOMERCE จะเป็นอย่างไรต่อในปี 2025

eComerce ไม่ใช่เรื่องใหม่อีกต่อไป ยิ่งด้วยมีการแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ยังไม่มีวี่แววจะสิ้นสุดลง ก็ยิ่งผลักดันให้ช่องทางการช้อปปิ้งออนไลน์เพิ่มบทบาทมากขึ้นอีก 

จากงานสัมนา GroupM Focal 2021 ที่ผ่านมา โดย Irene Huang, Head of eCom Mindshare Thailand ได้นำคำพูดของ  Jean-Paul Agon, CEO ของ L’Oréal ที่พูดไว้ว่า “Ecommerce isn’t the cherry on the cake, it’s the new cake.” 

ซึ่ง Irene ได้หยิบคำกล่าวนี้ขึ้นมาพูดเพื่อสะท้อนให้เห็นว่า อีคอมเมิร์ซในยุคต่อไปจะเพิ่มบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ เห็นได้จากช่วงที่มีการแพร่ระบาด ผู้บริโภคในเอเชียประมาณ 39% เปลี่ยนช่องทางซื้อของไปที่ออนไลน์มากขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะมาตรการล็อกดาวน์ที่ทำให้ผู้คนต้องอยู่บ้านกันมากขึ้น

อีกทั้ง Irene ยังได้คาดการณ์เกี่ยวกับอีคอมเมิร์ซในอีก 4 ปีข้างหน้าว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นอย่างมาก อย่างน้อยๆ จำนวนนักช้อปออนไลน์จะเพิ่มขึ้นเป็น 43 ล้านคน จากปัจจุบันที่มี 36 ล้านคนในไทย  Irene ได้แบ่งเป็น 5 สิ่งที่จะเกิดขึ้น หรือเห็นมากขึ้นในอนาคตสำหรับอีคอมเมิร์ซ ได้แก่

- Fast and faster delivery
การจัดส่งสินค้าแน่นอนว่ามันจะมาพร้อมกับการช้อปปิ้งออนไลน์ แต่ในอนาคตคาดว่าการจัดส่งจะยิ่งรวดเร็วมากขึ้นอีก โดยมองว่าการแข่งขันในด้านนี้จะสูงขึ้น และระยะเวลาการจัดส่งภายใน 24 ชั่วโมง เราจะเห็นกันมากขึ้นในอนาคตอันใกล้ ยิ่งหลายๆ ประเทศยังมีการล็อกดาวน์ ดังนั้น ความคาดหวังที่ผู้ซื้อจะสั่งซื้อแล้วได้ของเลยวันเดียวกันจะสูงขึ้น

เช่น วันพรุ่งนี้เราจำเป็นต้องซื้อของขวัญวันเกิด เราก็สามารถกดสั่งซื้อและรอรับสินค้าได้เลยทันที โดยจะใช้เวลาขนส่งน้อยลง

- Growth of Cross-border
การสั่งซื้อของจากต่างประเทศโดยตรงเป็นที่นิยมมาสักพักใหญ่ของผู้บริโภคบางกลุ่ม ซึ่งความนิยมตรงนี้จะเพิ่มขึ้น เพราะแพลตฟอร์มการช้อปปิ้ง และการจัดส่งสินค้าสามารถสร้างความพอใจได้ง่าย สะดวก ใช้เวลาไม่นาน ราคาถูกกว่าในไทย ดังนั้น ในอนาคตเทรนด์นี้จะเพิ่มขึ้นอย่างน่าสนใจ

- D2C on the rise
กลยุทธ์แบบ Direct-to-Customer (D2C) หรือ รูปแบบธุรกิจที่ผู้ผลิตสามารถส่งสินค้าตรงไปยังลูกค้าได้เลย โดยไม่ต้องผ่านตัวกลาง เห็นได้ชัดว่าเพิ่มขึ้นมากตั้งแต่ที่มีการแพร่ระบาด แตไม่ได้หมายความว่าการซื้อสินค้าบน marketplace สำหรับแบรนด์หรือธุรกิจจะหายไป เพียงแต่การออเดอร์โดยตรงจากช่องทางของแบรนด์จะถูกให้ความสำคัญมากขึ้น เพราะการสร้างประสบการณ์ในการซื้อของที่ดีกว่าสำหรับลูกค้า เป็น mission ที่ทุกธุรกิจให้ความสนใจมากในเวลานี้

- Social and chat commerce integration
ขั้นตอนนี้ถือว่ามีความจำเป็นมากที่ธุรกิจต้องพัฒนาและปรับปรุง เพราะการซื้อสินค้าออนไลน์มาพร้อมกับความเสี่ยง และความเสี่ยงนั้นๆ เช่น สั่งของแต่ไม่ได้ของ, ของมาช้า ฯลฯ จำเป็นต้องมีช่องทางที่ติดต่อกับแบรนด์ได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นการแชท, การโทร

ถึงแม้ว่าปัจจุบันทุกธุรกิจจะมีการเตรียมพร้อมในด้านนี้อยู่แล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่าช่องทางการติดต่อกับผู้บริโภคจะทำได้ดีทุกแบรนด์ ซึ่งความประทับใจจากโซลูชั่นนี้อยู่ในขั้นตอนความคาดหวังมากกว่าที่เราคิด

- The need for new experience
ปัจจัยเรื่องประสบการณ์ลูกค้าอาจไม่ต้องอธิบายเพิ่มเติมมากนัก เพราะใครๆ ก็พูดถึง journey ลูกค้ามาตลอด แต่สิ่งที่แบรนด์ต้องทำและ keep doing ตลอดเวลาก็คือ ช่องทางที่จะทำให้เราเข้าถึงลูกค้าได้จริงๆ ทำให้พวกเขารู้สึกไม่โดดเดี่ยว หรืองงกับกระบวนการซื้อของ ไปจนถึงการติดตามสถานะส่งของ ฯลฯ ซึ่งรายละเอียดเล็กน้อยตรงนี้สามารถทำให้ลูกค้าเกิดความไม่ประทับใจได้ง่ายมาก


ที่มา: WYNNSOFT SOLUTION CO,LTD. รับทำเว็บ รับออกแบบ Website จัดทำเว็บไซต์ราคาถูก รับทำเว็บไซต์ จังหวัดขอนแก่น และทั่วประเทศให้ตรงตามความต้องการของลูกค้า

ความคิดเห็น

  1. รับทำเว็บไซต์ สระแก้ว เว็บไซต์คือตัวแทนธุรกิจ ที่นำเสนอสินค้าและบริการให้เป็นที่รู้จักได้ตลอด 24 ชั่วโมง บริการ รับทำเว็บไซต์ รองรับการใช้งานบนมือถือ แท็บเล็ต พีซี บริการ รับทำเว็บไซต์ ราคาถูก ค้นหาง่าย

    ตอบลบ

แสดงความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

วิเคราะห์การตลาด DELIVERY และการพัฒนาการในปัจจุบัน

วิกฤตครั้งใหญ่ในรอบปี ราคาอาหารพุ่ง 30%

กลยุทธ์การตลาดแบบ INFLUENCERS ยังจำเป็นต่อยุคอนาคตอยู่หรือไม่